เนื้อหา (สื่อ)

จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี
ข้ามไปที่การนำทาง ข้ามไปที่การค้นหา

เนื้อหาเป็นข้อมูลที่ผลิตและมุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ปลายทางหรือผู้ชมในภาคการพิมพ์ งานศิลปะ และการสื่อสาร เนื้อหาถูกส่งผ่านสื่อ ต่าง ๆ รวมถึงอินเทอร์เน็ต, ภาพยนตร์, โทรทัศน์, วิทยุ, ซีดีเพลง, หนังสือและนิตยสาร, กายกรรม และระหว่างการแสดงสด การถ่ายทอดสดรวมถึงการกล่าวสุนทรพจน์ การประชุม และการแสดงบนเวที เนื้อหาภายในสื่อเน้นที่ความสนใจและวิธีการที่ผู้ชมเปิดกว้างต่อเนื้อหา การหมุนเวียนนำเนื้อหามาสู่ทุกคนและช่วยเผยแพร่ให้เข้าถึงผู้ชมจำนวนมาก เป็นกระบวนการที่ใครก็ตามที่พบกับเนื้อหาประเภทใดก็ตามจะต้องผ่านวงจรที่พวกเขาพบเนื้อหา ตีความ และจะแบ่งปันกับผู้อื่นต่อไป

การถือกำเนิดของยุคข้อมูลข่าวสารได้นำไปสู่ความก้าวหน้าของเนื้อหาในฐานะสินค้าโภคภัณฑ์ที่ผลิตขึ้นเป็นจำนวนมากเพื่อจำหน่ายผ่านช่องทางต่างๆ เช่น อินเทอร์เน็ต (และโดยเฉพาะ ใน โซเชียลมีเดีย ) และความเป็นมืออาชีพในการ สร้างเนื้อหา

ค่าเนื้อหา

เนื้อหาคือ "บางสิ่ง [...] ที่แสดงออกผ่านสื่อบางอย่าง เช่น คำพูด การเขียน หรือศิลปะต่างๆ" [1]ลักษณะสำคัญของเนื้อหาคือสื่อ (จากสื่อ ภาษาละติน "หมายถึง พื้นผิว") ซึ่งประกอบด้วยโครงสร้างพื้นฐาน พื้นผิว และระบบที่ข้อความถูกเผยแพร่ [2]อย่างไรก็ตาม สื่อให้คุณค่าเพียงเล็กน้อยหรือไม่มีเลยแก่ผู้ใช้ปลายทางหากไม่มีข้อมูลและประสบการณ์ที่ประกอบเป็นเนื้อหา นักปรัชญาทฤษฎีการสื่อสารมาร์แชล แมคลูฮานบัญญัติวลี " สื่อคือข้อความ " [3]วลีนี้เน้นย้ำถึงวิธีการที่ใช้สื่อสารข้อความ ( สื่อ) มีผลต่อวิธีการตีความข้อความและให้ข้อมูลตามบริบทที่สำคัญ [ ต้องการการอ้างอิง ]

เนื้อหา โดดเด่นด้วยคุณสมบัติมีม โดยที่ผู้ใช้ทำซ้ำและปรับเนื้อหาเพื่อส่งซ้ำ ผู้เขียน ผู้ผลิต หรือผู้เผยแพร่แหล่งข้อมูลและประสบการณ์อาจต้องรับผิดชอบโดยตรงต่อคุณค่าทั้งหมดที่พวกเขาสร้างขึ้นเป็นเนื้อหา ผู้ใช้พัฒนาเนื้อหา "ใหม่" ของตนเองในสื่อที่มีนวัตกรรมผู้ใช้ เนื้อหา โซเชียลมีเดียส่วนใหญ่มาจากวิธีนี้ โดยการรีไซเคิลเนื้อหาในรูปแบบที่ต่างออกไปเล็กน้อยอย่างมีประสิทธิภาพ [4]อัตราที่เพิ่มขึ้นในการแลกเปลี่ยนข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตเมื่อเทียบกับสื่อแอนะล็อกแบบเดิมตลอดจนความสามารถในการออกอากาศสื่อของตนเองนำไปสู่การพัฒนามีเนื้อหาออนไลน์ แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียให้พื้นที่แก่ผู้ใช้ในการจัดเก็บและจัดเตรียมเครื่องมือในการสร้างเนื้อหา ประกอบด้วยแพลตฟอร์มที่ให้พื้นที่จัดเก็บแก่ผู้ใช้และมีเครื่องมือมากมายในการโปรโมต จัดระเบียบ และโฆษณาความคิดของพวกเขา

ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี

ตามเนื้อผ้า เนื้อหาจะถูกแก้ไขและปรับให้เหมาะกับสาธารณะผ่านบรรณาธิการข่าว ผู้เขียน และผู้สร้างเนื้อหา อย่างไรก็ตาม เนื้อหาข้อมูลบางรายการไม่จำเป็นต้องมีการเขียนหรือแก้ไขเชิงสร้างสรรค์ เนื้อหาไม่ใช่ผลิตภัณฑ์จากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น การกำเนิดของการเผยแพร่ด้วยตนเองด้วยเทคโนโลยีสารสนเทศได้นำไปสู่การแพร่กระจายของแหล่งข้อมูลหลักและการเผยแพร่ ข้อมูลที่ ไม่ถูกต้องในรูปแบบของเนื้อหาที่แชร์ได้ซึ่งออกแบบมาเพื่อเพิ่มการมีส่วนร่วมและการเปิดเผย

เทคโนโลยีการผลิตและการนำส่งสื่ออาจเพิ่มมูลค่าโดยการจัดรูปแบบ การกรอง และการรวมเนื้อหาประเภทต่างๆ สำหรับผู้ชมใหม่ การเน้นที่คุณค่าจากเนื้อหาที่จัดเก็บไว้สำหรับการใช้งานที่เป็นไปได้ในรูปแบบดั้งเดิมน้อยลง และการเน้นที่การนำกลับมาใช้ใหม่ การนำกลับมาใช้ใหม่ และการปรับใช้ซ้ำอย่างรวดเร็วทำให้ผู้จัดพิมพ์และผู้ผลิตสื่อจำนวนมากมองว่าหน้าที่หลักของตนน้อยลงในฐานะผู้ริเริ่มและเป็นผู้แปลงเนื้อหามากขึ้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงพบว่าสถาบันที่เคยเน้นการพิมพ์สื่อสิ่งพิมพ์ กำลังเผยแพร่ทั้งฐานข้อมูลและซอฟต์แวร์เพื่อรวมเนื้อหาจากแหล่งต่างๆ สำหรับผู้ชมที่หลากหลายขึ้น [3]

กระบวนการที่เนื้อหาได้รับการประมวลผลโดยโครงสร้างพื้นฐานทางอินเทอร์เน็ตก่อนที่จะ "ส่ง" ถึงผู้ใช้คือเครือข่ายการจัดส่งเนื้อหาและเกี่ยวข้องกับการเลือกและการดูแลจัดการโดยใช้อัลกอริธึมเฉพาะที่ออกแบบมาเพื่อสร้างกระแสเนื้อหาที่น่าติดตามและน่าดึงดูด สิ่งนี้นำไปสู่การพัฒนาปัญหาการใช้โซเชียลมีเดียและวงจรปิดต่างๆ ในการผลิตและการบริโภคเนื้อหาที่ผู้ใช้สร้างขึ้นซึ่งนำไปสู่การเสริมกำลังตนเองของอคติทางการเมืองและอคติอื่นๆ และวิวัฒนาการของห้องสะท้อนเสียง [ ต้องการการอ้างอิง ]

การควบคุมเนื้อหา

การส่งเนื้อหาและทรัพย์สินทางปัญญาได้รับความสนใจและระเบียบข้อบังคับจากหน่วยงานต่างๆ ทั่วโลก เนื่องจากลักษณะมีมและผลกระทบทางสังคมที่อาจเกิดขึ้นจากการแบ่งปันเนื้อหา กฎระเบียบของเนื้อหาอาจอยู่ในรูปแบบของการเซ็นเซอร์ คัดเลือก ผลงาน และเนื้อหาส่วนใหญ่มักมีความลามกอนาจารความรุนแรงหรือ ความ ขัดแย้งโดยมีความแตกต่างกันอย่างมากตามเวลาและสถานการณ์ทางภูมิศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับขอบเขตของการส่งเนื้อหาทางกฎหมาย การควบคุมเนื้อหายังเกี่ยวข้องกับกฎเกี่ยวกับการส่งเนื้อหาด้วย ข้อบังคับเกี่ยวกับเนื้อหาแตกต่างกันไป และอาจขัดแย้งกันบ่อยขึ้นในบริบทของการแลกเปลี่ยนข้อมูลทั่วโลกผ่านทางอินเทอร์เน็ต

มีข้อจำกัดที่แตกต่างกันระหว่างเขตอำนาจศาลที่เน้นการยุติการเผยแพร่เนื้อหารูปแบบเฉพาะ ซึ่งอาจรวมถึงเนื้อหาที่มีมาตรฐานทางศีลธรรมเฉพาะหรือมุมมองที่ "ไม่ใช่กระแสหลัก" ประมาณ 48 ประเทศได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมายหรือการบริหารเพื่อควบคุมบริษัทเทคโนโลยีและเนื้อหาที่สอดคล้องกับพวกเขา กฎระเบียบทำงานเพื่อบรรเทาปัญหาทางสังคมที่เกิดขึ้นทางออนไลน์ เช่น การล่วงละเมิดและลัทธิหัวรุนแรงเพื่อปกป้องผู้คนจากกิจกรรมฉ้อโกงและการดำเนินธุรกิจที่แสวงหาผลประโยชน์ (เช่นการหลอกลวง ) และปกป้องสิทธิมนุษยชน [5]

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เสรีภาพในการแสดงออกและการไม่เปิดเผยตัวตนบนอินเทอร์เน็ตลดลง เนื่องจากรัฐบาลและองค์กรต่างๆ ได้ขยายความพยายามในการติดตาม ตรวจสอบ ตั้งค่าสถานะ และขายข้อมูลเกี่ยวกับกิจกรรมทางอินเทอร์เน็ตของผู้ใช้ผ่านระบบ เช่นคุกกี้ HTTPและการวิเคราะห์โซเชียลมีเดีย . บางอย่าง[ ซึ่ง? ]ของกฎหมายเกี่ยวกับการยอมรับเนื้อหาได้รับการออกแบบมาเพื่อระงับเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาลและเนื้อหาที่เป็นอันตรายต่อผู้ใช้ การใช้เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และอัลกอริธึมถูกใช้เพื่อตั้งค่าสถานะและลบเนื้อหาที่ไม่เหมาะสม โดยอาจมีการละเมิดและอคติของ อัลกอริทึม [5]หลายปีที่ผ่านมา กฎระเบียบด้านเนื้อหาได้ถูกนำมาใช้เพื่อปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและสิทธิดิจิทัล เช่นระเบียบว่าด้วยการคุ้มครองข้อมูลทั่วไป ของสหภาพยุโรป ซึ่งกำหนดข้อจำกัดเกี่ยวกับข้อมูลที่รวบรวมโดยยักษ์ใหญ่อินเทอร์เน็ตและบริษัทต่างๆ เพื่อขายและใช้ในการวิเคราะห์

สหรัฐอเมริกา

ตราประทับของคณะกรรมการกลางกำกับดูแลกิจการสื่อสาร

ในปีพ.ศ. 2477 พระราชบัญญัติการสื่อสารได้ดำเนินการจัดตั้งFederal Communications Commission (FCC) ในสหรัฐอเมริกา FCC เป็นหน่วยงานของรัฐบาลกลางที่ทำงานเพื่อควบคุมการสื่อสารระหว่างรัฐและต่างประเทศ พวกเขาได้รับอำนาจในการตัดสินใจทางกฎหมายและการตัดสินเกี่ยวกับเนื้อหาการควบคุมภายใต้พระราชบัญญัติการสื่อสารผ่านดาวเทียมปี 1962รวมถึงระเบียบของการดำเนินงานเคเบิลทีวี โทรเลข โทรศัพท์ ผู้ให้บริการวิทยุและวิทยุสองทาง การสื่อสารผ่านดาวเทียม และอินเทอร์เน็ต FCC ช่วยรักษาส่วนต่างๆ ที่เกี่ยวกับกฎระเบียบซึ่งรวมถึงการแข่งขันที่เป็นธรรม ความรับผิดชอบของสื่อ ความปลอดภัยสาธารณะ และความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ [6]

เนื้อหาบนอินเทอร์เน็ตยังได้รับการตรวจสอบในสหรัฐอเมริกาโดยหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยข่าวกรองของรัฐบาลกลาง เช่นCIAโดยใช้บทบัญญัติของPatriot Actท่ามกลางกฎหมายอื่นๆ เพื่อกำหนดโปรไฟล์การโต้ตอบระหว่างผู้ใช้และเนื้อหา และเพื่อจำกัดการผลิตและการเผยแพร่ ของเนื้อหาที่ไม่เห็นด้วย เช่นข้อมูล การ แจ้งเบาะแส

ดูเพิ่มเติม

อ้างอิง

  1. ^ "คำจำกัดความของเนื้อหา | Dictionary.com" . www.dictionary.com ครับ สืบค้นเมื่อ2021-10-29 .
  2. ^ "สื่อ, สื่อ" . การเขียนคอมมอนส์. สืบค้นเมื่อ2021-11-15 .
  3. อรรถเป็น เลวีน สจวร์ต; แมคลูแฮน, มาร์แชล (1964). "สื่อความเข้าใจ: ส่วนขยายของมนุษย์" . อเมริกันรายไตรมาส . 16 (4): 646. ดอย : 10.2307/2711172 . ISSN 0003-0678 . JSTOR 2711172 .  
  4. มาโนวิช, เลฟ (มกราคม 2552). "การปฏิบัติในชีวิตประจำวัน (สื่อ): จากการบริโภคจำนวนมากถึงการผลิตทางวัฒนธรรมจำนวนมาก?" . คำถามที่สำคัญ 35 (2): 319–331. ดอย : 10.1086/596645 . ISSN 0093-1896 . S2CID 143984473 .  
  5. ^ a b "เสรีภาพบนเน็ต" . เอกสารสิทธิมนุษยชนออนไลน์ ดอย : 10.1163/2210-7975_hrd-1234-2014001 . สืบค้นเมื่อ2021-11-15 .
  6. กิลเลน, แมทธิว (2001). "ระเบียบประเภทสื่อและเนื้อหา" . Revue Française d'Études Américaines . 88 (2): 101. ดอย : 10.3917/rfea.088.0101 . ISSN 0397-7870 .